จริงหรือไม่ที่ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 5 วันหลังรับประทานยาคุมฉุกเฉิน จึงจะเริ่มใช้ยาคุมรายเดือนได้ และเพราะเหตุใดจึงแนะนำเช่นนั้น
เป็นความจริงค่ะ ที่ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 5 วัน ถ้าใช้ ยาคุมฉุกเฉินชนิดตัวยา ยูลิพริสทอล อะซีเตท (Ulipristal acetate Emergency Contraception; UPA-EC) ไปแล้ว และต้องการเริ่มยาคุมปกติต่อ
เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสติน ไม่ว่าจะอยู่ในยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม หรือยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว หรือวิธีคุมกำเนิดรูปแบบอื่น อาจลดประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดฉุกเฉินของ ยูลิพริสทอล อะซีเตท
และยังควรเลือกวิธีคุมกำเนิดฉุกเฉินอื่น ๆ แทนการรับประทาน ยูลิพริสทอล อะซีเตท ในผู้ที่ใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิดซึ่งมีโปรเจสตินเป็นส่วนประกอบ ภายใน 7 วันก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ยาคุมฉุกเฉินชนิดตัวยา ยูลิพริสทอล อะซีเตท ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทยนะคะ
ส่วน ยาคุมฉุกเฉินชนิดตัวยา ลีโวนอร์เจสเทรล (Levonorgestrel Emergency Contraception; LNG-EC) และ ยาคุมฉุกเฉินชนิดฮอร์โมนรวม (Yuzpe regimen) ไม่จำเป็นจะต้องเว้นระยะห่างกับการคุมกำเนิดปกติ
ซึ่งยาคุมฉุกเฉินที่มีจำหน่ายในประเทศไทย ทั้งแบบ 1 เม็ด ได้แก่ เมเปิ้ล ฟอร์ท (Maple forte), แทนซี วัน (Tansy one), มาดอนน่า วัน (Madonna one), เลดี้-วัน (Lady-one), โพสต์ 1 ฟอร์ต (Post 1 forte), วีนัสวัน (Venuz one) และ โอ ดอท วัน (O dott one)
หรือแบบ 2 เม็ด ได้แก่ โพสตินอร์ (Postinor), มาดอนน่า (Madonna), แมรี่ พิงค์ (Mary pink), แอปคาร์ นอร์แพก (ABCA Norpak), เลดี้นอร์ (Ladynore), แจนนี่ (Janny) และ โพสตาร์ร-2 (Postarr-2)
ล้วนเป็นยาคุมฉุกเฉินชนิดตัวยา ลีโวนอร์เจสเทรล ค่ะ
อ้างอิงจากแนวทางของ
- Selected practice recommendations for contraceptive use – 4th edition; 2025. ขององค์การอนามัยโลก (WHO)
- U.S. Selected practice recommendations for contraceptive use, 2024. ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC)
- FSRH Guideline: Emergency Contraception, March 2017 (Amended July 2023). ของวิทยาลัยการดูแลสุขภาพทางเพศและการเจริญพันธุ์ สหราชอาณาจักร (CoSRH หรือชื่อเดิม FSRH)
แนะนำว่า หลังรับประทานยาคุมฉุกเฉินชนิดตัวยา ลีโวนอร์เจสเทรล ไปแล้ว หากต้องการใช้ยาคุมแบบปกติ ก็สามารถเริ่มได้ทันที
แต่ควรงดมีเพศสัมพันธ์ หรือให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ไปจนกว่าจะมีผลป้องกันจากยาคุมรายเดือน ซึ่ง CDC แนะนำไว้ที่ 7 วัน ในขณะที่ WHO และ CoSRH แยกเป็น 2 วัน, 7 วัน หรือ 9 วัน ตามยาคุมที่ใช้
แม้ยาคุมรายเดือนจะไม่ลดประสิทธิภาพของ ลีโวนอร์เจสเทรล ในการคุมกำเนิดฉุกเฉิน แต่ก็ไม่ได้เสริมหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน
นั่นหมายถึง หากยาคุมฉุกเฉินป้องกันไม่ได้ผล และเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมา ต่อให้ใช้ยาคุมรายเดือนต่อ ก็ไม่ได้ทำให้แท้งบุตรค่ะ
ดังนั้น เมื่อรับประทานยาคุมฉุกเฉินไปแล้ว ถ้าไม่คิดจะมีเพศสัมพันธ์อีก หรือตั้งใจว่าจะป้องกันด้วยถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ก็ไม่จำเป็นจะต้องเริ่มใช้ยาคุมปกตินะคะ
ส่วนผู้ที่ใช้ยาคุมรายเดือนอยู่แล้ว แต่ลืมรับประทานต่อเนื่องกันหลายวัน และมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันในช่วงที่ไม่มีผลคุมกำเนิดจากยาคุมรายเดือน ก็ควรรับประทานยาคุมฉุกเฉินเพื่อลดความเสี่ยงที่มี และสามารถใช้ยาคุมรายเดือนต่อได้ โดยปฏิบัติตามแนวทางแก้ไขเมื่อลืมรับประทานยาค่ะ



