กินยาคุมเวลาไหนเมื่อไปเที่ยวต่างประเทศ

เนื่องจากผู้ใช้ยาคุมรายเดือน มักได้รับคำแนะนำให้รับประทานยาคุมในเวลาก่อนนอน จึงอาจสับสนเมื่อไปเที่ยวในประเทศที่มีเขตเวลาต่างกัน ว่าควรรับประทานยาคุมก่อนนอนตามเวลาท้องถิ่นหรือเปล่า

เหตุผลที่แนะนำให้รับประทานยาคุมก่อนนอน ก็เพื่อลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น คลื่นไส้ หรืออาเจียน โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ยังไม่ชินกับยา และเพื่อลดความเสี่ยงที่จะลืมใช้

แต่ถ้าสะดวกที่จะรับประทานในเวลาอื่น ก็สามารถทำได้ค่ะ

ไม่ว่าจะเลือกเวลาใด ก็ควรรับประทานให้ตรงเวลาสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และลดปัญหาเลือดออกกะปริบกะปรอยจากความแปรปรวนของฮอร์โมน

ซึ่งการใช้ยาคุมรายเดือน “ตรงเวลา” จะหมายถึง รับประทานเม็ดถัดไปห่างจากเม็ดล่าสุด 24 ชั่วโมงนะคะ

เมื่อต้องเดินทางไปต่างประเทศที่มีเขตเวลาต่างกัน FRSH Guideline: Combined Hormonal Contraception; January 2019 (Amended October 2023). ของวิทยาลัยการดูแลสุขภาพทางเพศและการเจริญพันธุ์ สหราชอาณาจักร (CoSRH หรือชื่อเดิม FSRH) แนะนำว่า

ให้รับประทานยาคุมรายเดือนห่างจากเม็ดล่าสุดที่ใช้ไปอีก 24 ชั่วโมง โดยยึดตามเขตเวลาเดิม ไม่ใช่เวลาท้องถิ่น

ดังนั้น ถ้าเคยรับประทานยาคุมรายเดือนเวลา 21.00 น. ในประเทศไทย เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรรับประทานยาคุม 21.00 น. ตามเวลาของประเทศไทย

หรือปรับเป็นเวลาท้องถิ่นที่ตรงกับเวลาดังกล่าวค่ะ

เช่น ถ้าไปเที่ยวที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเวลาช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง ก็ต้องรับประทานยาคุม 14.00 น. ตามเวลาในลอนดอนนั่นเอง

แต่ถ้ารับประทานยาคุมไปแล้วยังต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็อาจรู้สึกคลื่นไส้มากกว่าการใช้ก่อนนอนนะคะ

อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงนี้มักพบในช่วงเดือนแรก ๆ ที่เริ่มใช้ และลดลงหรือหายไปเมื่อคุ้นชินกับยา

ดังนั้น หากใช้ยาคุมมานานแล้ว แม้กิจกรรมและเวลารับประทานยาคุมจะเปลี่ยนไปตามเวลาท้องถิ่น ก็น่าจะไม่มีปัญหาค่ะ

หรือถ้าจะเปลี่ยนไปรับประทานก่อนนอนตามเวลาท้องถิ่น ก็ควรระวังไม่ให้มีระยะห่างระหว่างเม็ดนานเกินไป เพราะประสิทธิภาพอาจลดลงและเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ได้

เป็นต้นว่า ถ้ารับประทานยาคุมเม็ดล่าสุดตรงกับ 21.00 น. วันจันทร์ ตามเวลาในประเทศไทย

เวลารับประทานยาคุมเม็ดต่อไป ก็จะตรงกับ 21.00 น. วันอังคาร ตามเวลาในประเทศไทย หรือตรงกับ 14.00 น. วันอังคาร เมื่อคิดตามเวลาที่ลอนดอน

แต่ถ้าจะรับประทานยาคุมในเวลา 21.00 น. วันอังคาร ตามเวลาที่ลอนดอน ซึ่งตรงกับ 04.00 น. วันพุธ ตามเวลาในประเทศไทย

ก็เท่ากับว่า มีระยะห่างระหว่างยาคุม 2 เม็ดนี้ 31 ชั่วโมง หรือรับประทานช้าเกินกำหนดไป 7 ชั่วโมงนะคะ

ถ้ายาคุมที่ใช้ มีกรอบเวลายืดหยุ่นน้อยกว่า 7 ชั่วโมง ก็ถือว่าไม่มีผลคุมต่อเนื่องแล้วค่ะ

การเทียบเวลารับประทานยาคุม ระหว่างเขตเวลาเดิมกับเวลาท้องถิ่น

ซึ่งยาคุมแต่ละชนิดมีกรอบเวลายืดหยุ่น ที่ยอมให้รับประทานช้ากว่ากำหนดได้ โดยยังมีผลคุมกำเนิดต่อเนื่อง แตกต่างกันดังนี้

ชนิดของยาคุม กรอบเวลายืดหยุ่น และคำแนะนำ
ยาเม็ดฮอร์โมนรวม1, 2, 3

จะถือว่าพลาดการใช้ 1 เม็ด หากรับประทานช้า 24 ชั่วโมง

 

และถ้าพลาดการใช้ติดต่อกัน 2 เม็ด ก็จะไม่มีผลคุมต่อเนื่อง

ต้องงดมีเพศสัมพันธ์ หรือให้ใช้ถุงยางร่วมด้วย จนกว่าจะรับประทานเม็ดยาฮอร์โมนติดต่อกันครบ 7 วันอีก
ยาเม็ดฮอร์โมนรวม ที่มี Ethinyl estradiol 0.030 – 0.035 มิลลิกรัม1

จะถือว่าพลาดการใช้ 1 เม็ด หากรับประทานช้า 24 ชั่วโมง

 

และถ้าพลาดการใช้ติดต่อกัน 3 เม็ด ก็จะไม่มีผลคุมต่อเนื่อง

ต้องงดมีเพศสัมพันธ์ หรือให้ใช้ถุงยางร่วมด้วย จนกว่าจะรับประทานเม็ดยาฮอร์โมนติดต่อกันครบ 7 วันอีก

ยาเม็ดฮอร์โมนเดี่ยว ชนิดตัวยา Lynestrenol1, 2, 4

ได้แก่ “เอ็กซ์ลูตอน” และ “เดลิต้อน”

จะถือว่าพลาดการใช้ 1 เม็ด และไม่มีผลคุมต่อเนื่อง

ถ้ารับประทานช้ามากกว่า 3 ชั่วโมง

ต้องงดมีเพศสัมพันธ์ หรือให้ใช้ถุงยางร่วมด้วย จนกว่าจะได้รับประทานยาคุมติดต่อกันครบ 2 วัน (48 ชั่วโมง)

ยาเม็ดฮอร์โมนเดี่ยว ชนิดตัวยา Desogestrel1, 4

ได้แก่ “ซีราเซท”

จะถือว่าพลาดการใช้ 1 เม็ด และไม่มีผลคุมต่อเนื่อง

ถ้ารับประทานช้ามากกว่า 12 ชั่วโมง

ต้องงดมีเพศสัมพันธ์ หรือให้ใช้ถุงยางร่วมด้วย จนกว่าจะได้รับประทานยาคุมติดต่อกันครบ 2 วัน (48 ชั่วโมง)

ยาเม็ดฮอร์โมนเดี่ยว ชนิดตัวยา Drospirenone2, 4

ได้แก่ “สลินดา”

จะถือว่าพลาดการใช้ 1 เม็ด และไม่มีผลคุมต่อเนื่อง

ถ้ารับประทานช้ามากกว่า 24 ชั่วโมง

ต้องงดมีเพศสัมพันธ์ หรือให้ใช้ถุงยางร่วมด้วย จนกว่าจะรับประทานเม็ดยาฮอร์โมนติดต่อกันครบ 7 วันอีก

จากตัวอย่างที่กล่าวไปข้างต้น หากยาคุมที่ใช้ คือ “เอ็กซ์ลูตอน” หรือ “เดลิต้อน” ซึ่งมีกรอบเวลายืดหยุ่นเพียงแค่ 3 ชั่วโมง เมื่อรับประทานช้ากว่าเวลาปกติไปถึง 7 ชั่วโมง ก็ถือว่าไม่มีผลคุมต่อเนื่องแล้ว

จึงต้องงดมีเพศสัมพันธ์ หรือให้ใช้ถุงยางอนามัยป้องกันร่วมด้วย จนกว่าจะรับประทานยาคุมติดต่อกันครบ 2 วัน หรือเท่ากับ 48 ชั่วโมงนั่นเอง

แต่ถ้าใช้ยาคุมยี่ห้ออื่นที่มีกรอบเวลายืดหยุ่นมากกว่า 7 ชั่วโมง หากมีผลคุมกำเนิดอยู่แล้ว ก็ถือว่ายังมีผลคุมต่อเนื่อง จึงมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่น ๆ เพิ่มเติม

แต่ถึงแม้จะไม่เกินกรอบเวลายืดหยุ่น การรับประทานไม่ตรงเวลาก็อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้ จึงควรรับประทานให้ตรงเวลาสม่ำเสมอ เพื่อให้ยาคุมมีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันการตั้งครรภ์นะคะ

แหล่งอ้างอิง

  1. Selected Practice Recommendations for Contraceptive Use, 4th edition. World Health Organization; 2025.
  2. U.S. selected practice recommendations for contraceptive use, 2024.
  3. FRSH Guideline: Combined Hormonal Contraception; January 2019 (Amended October 2023).
  4. FSRH Guideline: Progestogen-only Pills, August 2022 (Amended July 2023).