เริ่ม Yaz แผงใหม่ทุกวันสิ้นเดือน จะคุมได้ไหม

เริ่ม Yaz แผงใหม่ทุกวันสิ้นเดือน จะคุมได้ไหม

ปรับปรุงล่าสุด 1 กุมภาพันธ์ 2024

                ใช้ยาคุมยาสมา 2 ปีแล้ว รับประทานตรงเวลา มีช้าไม่เกิน 10 นาทีบ้างแต่ไม่บ่อย ประจำเดือนมักจะมาประมาณวันที่ 28 ของเดือน เมื่อประจำเดือนมาก็จะหยุดใช้ แล้วไปเริ่มแผงใหม่ในวันสุดท้ายของเดือน นาน ๆ ทีถึงจะมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเวลาที่มีก็จะหลั่งนอกเสมอ แต่มีวันที่ 7 ของเดือนนี้ที่หลั่งใน แบบนี้จะต้องกินยาคุมฉุกเฉินด้วยหรือไม่ หรือแค่ใช้ยาคุมปกติก็พอแล้ว

 

                “ยาส” (Yaz) เป็นยาคุมแบบ 28 เม็ด ซึ่งการใช้ยาคุมแบบนี้จะต้องรับประทานต่อเนื่องกันทุกวัน เมื่อหมดแผงเดิมแล้วก็ให้ต่อแผงใหม่ในวันถัดมา การใช้ที่ถูกต้องตามนี้ จึงต้องเริ่มแผงใหม่ทุก ๆ 28 วันค่ะ

                แต่ถ้ายึดตามปฏิทิน ใน 1 เดือนจะมี 30 หรือ 31 วัน (ยกเว้นเดือนกุมภาพันธ์ที่มี 28 วัน หรือ 29 วันในบางปี) การเริ่มแผงใหม่ในวันสุดท้ายของแต่ละเดือน จึงมักจะทำให้ผู้ถามได้เริ่มแผงใหม่ทุก ๆ 30 หรือ 31 วัน หรือก็คือ มีการต่อยาคุมช้ากว่ากำหนดไป 2 – 3 วันนั่นเอง

 

                ซึ่ง “ยาส” รวมถึงยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม ประเภทฮอร์โมนต่ำมาก (Ultra low dose pills) ยี่ห้ออื่น ๆ หากต่อแผงใหม่ช้าตั้งแต่ 48 ชั่วโมงขึ้นไป (นับจากเวลาที่ควรใช้ตามกำหนด) ก็อาจยับยั้งการตกไข่ที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ทัน จึงถือว่าไม่มีผลคุมกำเนิดต่อเนื่อง และควรงดมีเพศสัมพันธ์ หรือให้ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน จนกว่าจะรับประทานยาคุมแผงนั้นติดต่อกันครบ 7 วันก่อน

                และหากมีเพศสัมพันธ์ไปแล้วโดยไม่ป้องกัน ก็ควรรับประทานยาคุมฉุกเฉินทันที หรือเร็วที่สุดที่ทำได้ภายใน 72 ชั่วโมง หรืออย่างช้าไม่เกิน 120 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ด้วยนะคะ

 

                จากกรณีตัวอย่าง หากผู้ถามเริ่มใช้ยาคุมแผงก่อนในวันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม ก็ควรจะต่อแผงใหม่ในวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคมค่ะ

                การที่ผู้ถามเริ่มรับประทานแผงนี้ในวันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม จึงถือว่าต่อยาคุมช้ากว่ากำหนดไป 3 วัน ทำให้ไม่มีผลคุมกำเนิดต่อเนื่องกันแล้วนะคะ

                 ต้องใช้ยาคุมแผงนี้ติดต่อกันครบ 7 วัน นั่นคือ รอจนกว่าจะถึงเวลารับประทานยาคุมในวันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน จึงจะมีผลคุมกำเนิดได้ค่ะ

 

                ถ้ามีเพศสัมพันธ์หลังจากวันเวลาดังกล่าว ก็ไม่น่าจะกังวล เพราะถือว่ากลไกในการป้องกันการตั้งครรภ์ของยาคุมที่ใช้ สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว

                และหากมีผลป้องกันจากยาคุมรายเดือน ก็สามารถหลั่งในได้ตามปกติ ไม่จำเป็นจะต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย เพราะต่อให้มีอสุจิผ่านช่องคลอดเข้าไป แต่ถ้าไม่มีไข่ตก อสุจิก็ไม่สามารถเข้าปฏิสนธิกับไข่ได้อยู่ดี จึงไม่มีการตั้งครรภ์

 

                แต่ถ้าผู้ถามมีเพศสัมพันธ์ก่อนเวลาดังกล่าว โดยไม่ได้ใช้ถุงยางป้องกันร่วมด้วย ก็มีความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ได้นะคะ โดยเฉพาะเมื่อครั้งนี้มีการหลั่งใน ซึ่งถือว่ามีโอกาสตั้งครรภ์ได้ 85%

                อย่างไรก็ตาม ต่อให้จะใช้วิธีหลั่งนอกเหมือนเดิม ก็ยังมีความเสี่ยงมาก เพราะไม่ใช่วิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งการป้องกันด้วยวิธีหลั่งนอกโดยทั่วไป (Typical use) ถือว่ามีโอกาสตั้งครรภ์ได้ 20%

                และในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือป้องกันด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพต่ำ ในช่วงที่ยังไม่มีผลคุมกำเนิดจากยาคุมรายเดือน ก็ควรรับประทานยาคุมฉุกเฉินทันที หรือเร็วที่สุดที่ทำได้ภายใน 72 ชั่วโมง หรืออย่างช้าไม่เกิน 120 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ค่ะ

 

                ยาคุมฉุกเฉินที่มีจำหน่ายในประเทศไทย และอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก เป็นยาคุมฉุกเฉินชนิดตัวยาลีโวนอร์เจสเทรล (Levonorgestrel Emergency Contraceptive Pill; LNG – ECP) ซึ่งถ้าใช้ครบขนาดและทันเวลา อาจช่วยลดโอกาสตั้งครรภ์ให้เหลือเพียง 1 ใน 8

                และสามารถใช้ยาคุมฉุกเฉินชนิดตัวยาลีโวนอร์เจสเทรล ร่วมกับฮอร์โมนคุมกำเนิดอื่น ๆ ได้ โดยไม่ทำให้ประสิทธิภาพภาพลดลง ดังนั้น ในกรณีที่จำเป็นจะต้องรับประทานยาคุมฉุกเฉิน ผู้ถามก็ยังสามารถใช้ยาคุม “ยาส” ต่อได้ตามปกตินะคะ

                แต่ถ้าไม่มีประจำเดือนในอีก 3 – 4 สัปดาห์ถัดมา หรือกังวลว่าจะตั้งครรภ์ แนะนำให้ตรวจการตั้งครรภ์เพื่อความชัดเจนค่ะ

 

               

เอกสารอ้างอิง

  1. Selected Practice Recommendations for Contraceptive Use, 3rd edition. World Health Organization, 2016.
  2. U.S. Selected Practice Recommendations for Contraceptive Use. Centers for Disease Control and Prevention, 2016.
  3. Family planning: A Global Handbook for Providers, 2022 edition.