เริ่มแผงใหม่ แต่เปลี่ยนยี่ห้อ จะใช้ต่อยังไง?

เริ่มแผงใหม่ แต่เปลี่ยนยี่ห้อ จะใช้ต่อยังไง

                การต่อยาคุมแผงใหม่ ไม่ว่าจะใช้ยี่ห้อเดิม หรือจะเปลี่ยนยี่ห้อ หากเป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมเหมือนกัน ก็ให้เริ่มรับประทานตามกำหนดได้เลยนะคะ1

                หรือจะเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้อใหม่ทันที โดยไม่ต้องรอให้ยี่ห้อเดิมหมดแผงก่อนก็ได้เช่นกัน แต่อาจทำให้ประจำเดือนรอบนั้นถูกเลื่อนออกไป โดยประจำเดือนจะมาในช่วงปลอดฮอร์โมนของแผงใหม่นั่นเอง2

 

                ซึ่ง “กำหนดต่อยาคุมแผงใหม่” จะพิจารณาจากรูปแบบของยาคุมแผงล่าสุดที่ใช้ค่ะ

                นั่นคือ ถ้ายาคุมแผงล่าสุดที่ใช้ เป็นแบบ 21 เม็ด เมื่อหมดแผงก็ต้องเว้นว่าง 7 วัน แล้วต่อแผงใหม่ในวันที่ 8 ของการเว้นว่าง

                แต่ถ้ายาคุมแผงล่าสุดที่ใช้ เป็นแบบ 28 เม็ด เมื่อหมดแผงแล้วก็ให้ต่อแผงใหม่ในวันถัดมา

 

            โดยทั่วไป เมื่อต่อยาคุมแผงใหม่ตรงตามกำหนด หรือก่อนกำหนด ก็จะถือว่ามีผลคุมกำเนิดต่อเนื่องกันได้เลย

            อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนยาคุมยี่ห้อเดิมไปเป็น “ไมโครไกนอน 30 ทว.” แม้จะต่อแผงใหม่ตรงตามกำหนดแล้ว แต่ผลในการคุมกำเนิดอาจไม่ต่อเนื่องกันเสมอไป จึงควรสอบถามเภสัชกรประจำร้านยาให้ชัดเจนด้วยนะคะ ว่าในกรณีของคุณ เมื่อใช้แล้วจะมีผลคุมกำเนิดได้เลย หรือต้องรอนานกี่วัน

 

 

ตัวอย่างที่ 1: เปลี่ยนจาก “แอนนี่ ลินน์” ไปเป็น “คลาเรนซ์ 28”

                “แอนนี่ ลินน์” กล่องสีส้ม เป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมแบบ 21 เม็ดค่ะ ดังนั้น เมื่อใช้หมดแผงแล้ว ก็ให้เว้นว่าง 7 วันเพื่อเป็นช่วงปลอดฮอร์โมนให้ประจำเดือนมา ซึ่งประจำเดือนมักจะมาประมาณวันที่ 3 หรือ 4 ของการเว้นว่าง

                เมื่อประจำเดือนมาแล้วก็ถือว่าไม่มีการตั้งครรภ์ เว้นว่างครบ 7 วันก็ให้เริ่มรับประทาน “คลาเรนซ์ 28” ได้เลยนะคะ

 

                แต่ถ้าไม่มีประจำเดือนมาเลยในช่วงที่เว้นว่าง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้มีการตั้งครรภ์อยู่ แนะนำให้ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยชุดทดสอบทางปัสสาวะ ในตอนเช้าหลังตื่นนอน ของวันที่ครบกำหนดต่อยาคุมแผงใหม่

                ถ้าผลตรวจออกมาเป็นไม่ตั้งครรภ์ ก็ไม่มีปัญหา เมื่อถึงเวลารับประทานยาคุมประจำวัน ก็เริ่มใช้ยาคุมแผงใหม่ได้เลยค่ะ

 

                เช่น ถ้าเริ่มรับประทาน “แอนนี่ ลินน์” แผงล่าสุดในวันพุธ เมื่อใช้ต่อเนื่องกันวันละเม็ดไปเรื่อย ๆ ก็จะได้รับประทานเม็ดสุดท้ายของแผงในวันอังคาร

                จากนั้นก็ให้เว้นว่างในวันพุธ – พฤหัสบดี – ศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ – จันทร์ – อังคาร ซึ่งประจำเดือนของผู้ใช้ควรจะมาในช่วงที่เว้นว่าง โดยอาจมาประมาณวันศุกร์หรือเสาร์ หรือคลาดเคลื่อนจากนั้นเล็กน้อย

                เมื่อประจำเดือนมาก็ถือว่าไม่มีการตั้งครรภ์ เว้นว่างครบ 7 วันแล้วก็เริ่มรับประทาน “คลาเรนซ์ 28” ในวันพุธได้เลย และถือว่ามีผลคุมกำเนิดต่อเนื่องกันค่ะ

                แต่เนื่องจากในแผงของ “คลาเรนซ์ 28” จะระบุเป็น “ตัวเลขลำดับการใช้” จึงให้แกะเม็ดยาลำดับที่ 1 มารับประทานก่อน แล้วก็ใช้ต่อวันละเม็ดตามลำดับ ไปเรื่อย ๆ จนถึงเม็ดที่ 28 นะคะ

 

 

ตัวอย่างที่ 2: เปลี่ยนจาก “มาร์วีลอน 28” ไปเป็น “เมอซิลอน”

                “มาร์วีลอน 28” เป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมแบบ 28 เม็ด เมื่อใช้จนครบทั้ง 28 เม็ดแล้วก็ให้ต่อแผงใหม่ในวันถัดมาได้เลย ไม่ต้องเว้นว่างเพิ่มเติม

                ประจำเดือนของผู้ใช้จะมาในช่วงที่รับประทาน “เม็ดยาหลอก” (เม็ดยาลำดับที่ 22 – 28) ซึ่งถือเป็นช่วงปลอดฮอร์โมนนั่นเอง โดยมักจะมาประมาณเม็ดที่ 24 หรือ 25 ของแผง

                เมื่อประจำเดือนมาก็ถือว่าไม่มีการตั้งครรภ์ ใช้หมดแผงแล้วก็ให้เริ่มรับประทาน “เมอซิลอน” ในวันถัดมา และถือว่ามีผลคุมกำเนิดต่อเนื่องกันค่ะ

 

                แต่ถ้าใช้ “มาร์วีลอน 28” ไปจนหมดแผงแล้วยังไม่มีประจำเดือนเลย ควรตรวจการตั้งครรภ์ด้วยชุดทดสอบทางปัสสาวะ หลังตื่นนอนในเช้าวันถัดมาด้วยนะคะ

                หากตรวจแล้วไม่ตั้งครรภ์ ก็สามารถใช้ยาคุมแผงใหม่ได้ตามกำหนดค่ะ

 

                “เมอซิลอน” ซึ่งเป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด จะระบุ “ตัวย่อของวันในสัปดาห์” ไว้ในแผง ผู้ใช้จึงควรแกะเม็ดยาให้ตรงกับวันที่รับประทานจริงนะคะ

                เช่น ถ้าวันที่เริ่มใช้ตรงกับวันพุธ ก็ให้แกะเม็ดยาที่ระบุตัวย่อว่า “พ” มารับประทานเป็นเม็ดแรก (ในแผงจะมีอยู่ 3 ตำแหน่ง สามารถเลือกจากตำแหน่งใดก็ได้) จากนั้นก็รับประทานต่อวันละเม็ด ตามลำดับดังกล่าว ไปเรื่อย ๆ จนหมดแผง

 

                แต่ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนชนิดของยาเม็ดคุมกำเนิด เช่น จากยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมไปเป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว หรือกลับกันก็คือ เปลี่ยนจากยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยวไปเป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม

                หรือเปลี่ยนจากยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยวยี่ห้อหนึ่งไปเป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยวยี่ห้ออื่น

                ควรใช้เม็ดยาฮอร์โมนต่อเนื่องกัน ไม่ให้มีช่วงปลอดฮอร์โมนระหว่างยาคุมใหม่กับยาคุมเดิม โดยจะเปลี่ยนทันทีแม้อยู่ในช่วงกลางแผง หรือจะรอให้ใช้เม็ดยาฮอร์โมนในแผงเดิมหมดก่อนก็ได้ค่ะ2

               

                ซึ่งช่วงปลอดฮอร์โมนของยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมแบบ 21 เม็ด ก็คือช่วงที่ต้องเว้นว่าง 7 วันก่อนต่อแผงใหม่ และช่วงปลอดฮอร์โมนของยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมแบบ 28 เม็ด ก็คือช่วงที่ต้องใช้เม็ดยาหลอก ซึ่งอาจมีอยู่ 7 เม็ด หรือ 4 เม็ด ขึ้นกับยี่ห้อที่ใช้

                ส่วนยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ได้แก่ เอ็กซ์ลูตอน, เดลิต้อน และซีราเซท จะไม่มีช่วงปลอดฮอร์โมนนะคะ เพราะแม้ว่าจะเป็นยาคุมแบบ 28 เม็ด แต่ทุก ๆ เม็ดในแผงก็คือเม็ดยาฮอร์โมน และต้องต่อแผงใหม่หลังจากที่ใช้แผงเดิมหมด โดยไม่ต้องเว้นว่างเพื่อเป็นช่วงปลอดฮอร์โมน

                แต่ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยวตัวใหม่ล่าสุด ได้แก่ สลินดา จะทั้งเม็ดยาฮอร์โมนและเม็ดยาหลอกอยู่ในแผง จึงมีช่วงปลอดฮอร์โมนคล้ายกับยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม

 

                ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนยาคุมต่างชนิด หรือเปลี่ยนระหว่างยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวด้วยกัน สามารถเริ่มใช้ยาคุมใหม่ได้เลย โดยไม่จำเป็นจะต้องรอให้เม็ดยาฮอร์โมนในแผงเดิมหมดก่อน

                หรืออย่างช้า ให้เริ่มใช้ยาคุมใหม่ ในวันถัดมาหลังจากที่รับประทานเม็ดยาฮอร์โมนเม็ดสุดท้ายของแผงเดิมค่ะ

 

ตัวอย่างที่ 3: เปลี่ยนจาก “เอ็กซ์ลูตอน” ไปเป็น “บีลาร่า”

                “เอ็กซ์ลูตอน” เป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว นั่นคือ มีฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียว ไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน

                แม้ว่าในแผงของ “เอ็กซ์ลูตอน” และยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยวยี่ห้ออื่น ๆ จะมีเม็ดยาอยู่ 28 เม็ด แต่ทุกเม็ดก็คือ “เม็ดยาฮอร์โมน” ค่ะ ไม่ได้มี “เม็ดยาหลอก” หรือ “เม็ดแป้ง” รวมอยู่ในแผงอย่างยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมแบบ 28 เม็ด

                เมื่อการใช้ “เอ็กซ์ลูตอน” ไม่มี “ช่วงปลอดฮอร์โมน” ประจำเดือนของผู้ใช้จึงอาจมาไม่ตรงตามรอบปกติ หรืออาจไม่มาเลยก็ได้เช่นกัน ซึ่งถือเป็นผลข้างเคียงเด่นของยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยวนั่นเอง แต่ไม่ได้มีอันตรายต่อสุขภาพ (ยกเว้นในกรณีที่เลือดออกมาบ่อย, มาก หรือนานเกินไป)

               

                หากผู้ใช้ “เอ็กซ์ลูตอน” ต้องการเปลี่ยนไปใช้ยาคุมยี่ห้ออื่น สามารถทิ้งแผงเดิมแล้วเริ่มแผงใหม่ได้เลยนะคะ ไม่จำเป็นจะต้องรอให้ใช้แผงเดิมหมดก่อน

                หรือจะรอให้หมดแผง แล้วจึงต่อแผงใหม่ในวันถัดมาก็ได้เช่นกัน

                ไม่ว่าจะเริ่มแผงใหม่เลย หรือจะรอให้แผงเดิมหมดก่อน ก็ถือว่ามีผลคุมกำเนิดที่ต่อเนื่องกันทุกวันค่ะ

                ถ้ารับประทานยาคุมถูกต้องและตรงเวลาสม่ำเสมอ ก็มีความเสี่ยงน้อยมากที่จะตั้งครรภ์ และเนื่องจากผลข้างเคียงเด่นของ “เอ็กซ์ลูตอน” อาจทำให้ผู้ใช้ไม่มีประจำเดือนมาอยู่แล้ว จึงสามารถเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ประจำเดือนมาก่อนนะคะ

                อย่างไรก็ตาม หากไม่มั่นใจ โดยเฉพาะผู้ที่มักจะรับประทาน “เอ็กซ์ลูตอน” ไม่ตรงเวลา การตรวจการตั้งครรภ์ให้ชัดเจนก่อน ก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ

 

                ทั้ง “เอ็กซ์ลูตอน” และ “บีลาร่า” จะระบุ “ตัวย่อของวันในสัปดาห์” ไว้ในแผง ผู้ใช้สามารถเลือกรับประทานเม็ดยาให้ตรงกับวันที่ใช้จริงได้เลยนะคะ

blank

 

 

ตัวอย่างที่ 4: เปลี่ยนจาก “ยาสมิน” ไปเป็น “ซีราเซท”

                “ยาสมิน” เป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมแบบ 21 เม็ด ซึ่งทุก ๆ เม็ดในแผงก็คือ “เม็ดยาฮอร์โมน” โดยปกติ หลังใช้แผงเดิมหมดแล้วก็จะต้องเว้นว่าง 7 วันก่อนต่อยาคุมแผงใหม่

                ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้ “ซีราเซท” ซึ่งเป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว สามารถเปลี่ยนได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ “ยาสมิน” หมดแผงก่อน

                หรือจะใช้ “ยาสมิน” แผงนั้นไปจนหมดก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ต้องเว้นว่างเป็นช่วงปลอดฮอร์โมนค่ะ นั่นคือ หลังจากที่รับประทานเม็ดสุดท้ายในแผงของ “ยาสมิน” ไปแล้ว วันถัดมาก็เริ่มรับประทาน “ซีราเซท” ได้เลย

                ซึ่งอาจทำให้ประจำเดือนรอบนี้ไม่มา เพราะไม่ได้เว้นว่างให้เกิดช่วงปลอดฮอร์โมนแล้ว

                อีกทั้งประจำเดือนรอบต่อ ๆ ไปก็อาจมาไม่ตรงตามรอบปกติ หรือไม่มาอีกเช่นกัน อันเป็นผลข้างเคียงเด่นของยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยวที่ไม่มีเม็ดยาหลอกนั่นเอง

 

                ทั้ง “ยาสมิน” และ “ซีราเซท” จะระบุ “ตัวย่อของวันในสัปดาห์” ไว้ในแผง ผู้ใช้สามารถเลือกรับประทานเม็ดยาให้ตรงกับวันที่ใช้จริงได้เลยนะคะ

blank

 

 

ตัวอย่างที่ 5: เปลี่ยนจาก “ยาส” ไปเป็น “สลินดา”

                “ยาส” เป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมแบบ 28 เม็ด ซึ่งมี “เม็ดยาฮอร์โมน” 24 เม็ด และ “เม็ดยาหลอก” อีก 4 เม็ด โดยปกติ จะให้ใช้แผงเดิมหมดก่อนแล้วจึงต่อยาคุมแผงใหม่

                แต่ถ้าจะเปลี่ยนไปใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยวอย่าง “สลินดา” ก็สามารถเปลี่ยนได้เลยในระหว่างที่ใช้ “เม็ดยาฮอร์โมน” เม็ดใดเม็ดหนึ่งอยู่

                หรือรอใช้ “เม็ดยาฮอร์โมน” ของ “ยาส” จนครบ 24 เม็ดก่อน แล้วจึงเริ่ม “สลินดา” ในวันถัดมา โดยข้าม “เม็ดยาหลอก” ของ “ยาส” ค่ะ

                ประจำเดือนรอบนี้อาจไม่มา เนื่องจากไม่มีช่วงปลอดฮอร์โมนระหว่างการเปลี่ยนยาคุม

                แต่ “สลินดา” ต่างจากยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยวตัวอื่น ๆ ตรงที่มีช่วงปลอดฮอร์โมนให้ประจำเดือนมา ดังนั้น แม้จะไม่มีประจำเดือนในรอบนี้ แต่ประจำเดือนก็จะมาในช่วงที่รับประทาน “เม็ดยาหลอก” ของ “สลินดา” นั่นเอง

 

                “ยาสมิน” และ “สลินดา” มีวิธีการใช้เหมือนกัน นั่นคือ เริ่มรับประทานจากเม็ดยาลำดับที่ 1 แล้วติดแถบช่วยจำตามวันที่เริ่มรับประทานเม็ดแรกของแผง เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบประจำวัน

blank

 

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Guidance for Industry: Labeling for combined oral contraceptives. Draft guidance. S. Department of Health and Human Services Food and Drug Administration Center for Drug Evaluation and Research (CDER); December 2017.
  2. Selected Practice Recommendationsfor Contraceptive Use3rd edition. Geneva: World Health Organization; 2016.

 

 

…ปรับปรุงล่าสุด 4 กุมภาพันธ์ 2565…