ทำยาคุมหายหลังใช้ไป 15 – 16 เม็ด

ทำยาคุมหายหลังใช้ไป 15 ถึง 16 เม็ด

                ใช้ยาคุมแบบ 28 เม็ด กินไปแล้ว 15 – 16 เม็ด ถ้าทำยาคุมหาย จะซื้อแผงใหม่มาใช้แทนได้เลย หรือควรรอให้ประจำเดือนมาก่อนจึงค่อยเริ่มแผงใหม่ ถ้าเริ่มได้เลยแต่วันนี้ซื้อยาคุมไม่ทัน ขาดยา 1 วันจะเป็นไรมั้ย

 

                ยาคุม 28 เม็ด มีหลากหลายรูปแบบค่ะ บ้างก็มีทั้งเม็ดยาฮอร์โมนและเม็ดยาหลอกอยู่ในแผง เช่น ยาคุมสูตร 21/7 (เม็ดยาฮอร์โมน 21 เม็ด เม็ดยาหลอก 7 เม็ด) และ 24/4 (เม็ดยาฮอร์โมน 24 เม็ด เม็ดยาหลอก 4 เม็ด) หรือบ้างก็เป็นเม็ดยาฮอร์โมนหมดทั้ง 28 เม็ดนะคะ

                การรับประทานยาคุม 28 เม็ด 1 แผง จึงอาจได้รับฮอร์โมน 21 วัน, 24 วัน หรือ 28 วันก็ได้ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อยาคุมที่ใช้

เม็ดฮอร์โมน 21 เม็ด เม็ดหลอก 7 เม็ด

เม็ดฮอร์โมน 21 เม็ด เม็ดหลอก 7 เม็ด

เม็ดฮอร์โมน 24 เม็ด เม็ดหลอก 4 เม็ด

เม็ดฮอร์โมน 24 เม็ด เม็ดหลอก 4 เม็ด

เม็ดฮอร์โมน 28 เม็ด ไม่มีเม็ดหลอก

เม็ดฮอร์โมน 28 เม็ด ไม่มีเม็ดหลอก

 

 

                จากกรณีตัวอย่าง ที่มีการใช้ยาคุมแบบ 28 เม็ด โดยรับประทานไปแล้ว 15 – 16 เม็ด ก่อนจะที่ทำยาคุมหาย แม้ไม่ทราบว่าเป็นยี่ห้อใด แต่ก็เห็นได้ว่า ยังใช้เม็ดยาฮอร์โมนไม่ครบตามจำนวนที่ควรจะมีในแผงค่ะ

 

                เพื่อให้มีผลคุมกำเนิดอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ แนะนำให้ซื้อยาคุมแผงใหม่มาใช้แทนได้เลยนะคะ ไม่ต้องรอให้ประจำเดือนมาก่อนจึงค่อยเริ่มแผงใหม่

                และควรเลือกยาคุมยี่ห้อเดิมที่เคยใช้ หรือถ้าหาไม่ได้ ก็อาจพิจารณายี่ห้ออื่นที่ใช้ฮอร์โมนสูตรเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ฮอร์โมนแปรปรวน ซึ่งอาจทำให้มีเลือดออกกะปริบกะปรอยได้ง่าย

                โดยจะรับประทานต่อจากตำแหน่งเดิมเลยก็ได้ เช่น ถ้าใช้เม็ดที่ 1 – 15 ในแผงที่หนึ่งไปแล้ว ก็ให้ต่อด้วยเม็ดที่ 16 – 28 ในแผงที่สอง โดยรับประทานวันละ 1 เม็ดตามลำดับ

blank

 

                ในระหว่างนั้น ถ้าหายาคุมแผงที่ทำหายเจอแล้ว ก็เท่ากับว่า เม็ดยาที่เหลืออยู่ของทั้งสองแผง ก็คือ เม็ดที่ 1 – 15 ในแผงที่สอง และเม็ดที่ 16 – 28 ในแผงที่หนึ่ง

                ดังนั้น หลังรับประทานเม็ดที่ 16 – 28 ในแผงที่สองไปแล้ว ก็ให้ย้อนกลับมาใช้เม็ดที่ 1 – 15 ซึ่งเหลืออยู่ในแผงนี้ จากนั้นก็ต่อด้วยเม็ดที่ 16 – 28 ในแผงที่หนึ่ง

blank

 

                แต่ถ้าหายาคุมแผงที่ทำหายไม่เจอ หลังรับประทานเม็ดที่ 16 – 28 ในแผงที่สองไปแล้ว ก็ให้ซื้อยาคุมแผงใหม่มาใช้ต่อ โดยรับประทานแผงที่สามจากเม็ดที่ 1 – 28 ตามปกติ

                ส่วนเม็ดที่ 1 – 15 ในแผงที่สอง ซึ่งยังไม่ได้ใช้ ก็ให้เก็บไว้เป็นยาคุมแผงสำรองค่ะ เผื่อใช้ในกรณีที่ทำเม็ดยาฮอร์โมนหาย หรืออาเจียนหลังรับประทานเม็ดยาฮอร์โมน

 

                หรือถ้าจำไม่ได้ว่าใช้ยาคุมแผงแรกไปกี่เม็ดก่อนที่จะทำหาย ก็ให้รับประทานยาคุมแผงที่สองจากเม็ดที่ 1 – 28 ได้เลยนะคะ

                ซึ่งถ้ายาคุมที่ใช้เป็นยาคุมสูตร 21/7 หรือ 24/4 เมื่อได้รับฮอร์โมนต่อเนื่องกันนานขึ้น ประจำเดือนก็จะถูกเลื่อนออกไป โดยมาในช่วงที่รับประทานเม็ดยาหลอกของแผงที่สอง แต่ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลงค่ะ

                และเมื่อใช้ยาคุมแผงที่สองจนหมดแล้ว ก็ให้ต่อแผงที่สามในวันถัดมา ห้ามเว้นว่างเพิ่มเพื่อทดแทนเม็ดยาหลอกในแผงแรกที่ถูกข้ามไปนะคะ เพราะถ้ามีช่วงปลอดฮอร์โมนนานเกินไป อาจทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลง หรือไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้

 

                ถ้ายาคุมที่ใช้ เป็นยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวรูปแบบเดิม ซึ่งทั้ง 28 เม็ดเป็นเม็ดยาฮอร์โมนทั้งหมด เช่น “เอ็กซ์ลูตอน”, “เดลิต้อน” หรือ “ซีราเซท” หากทำแผงเดิมหาย ก็ให้ซื้อแผงใหม่มาใช้ต่อเช่นกัน โดยแกะเม็ดยาให้ตรงกับวันที่จะใช้ได้เลย และรับประทานวันละ 1 เม็ดติดต่อกันไปจนหมดแผง จากนั้นก็ต่อแผงที่สามในวันถัดมา

                แต่การมีเลือดออกกะปริบกะปรอย, ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือไม่มีประจำเดือน เป็นผลข้างเคียงเด่นของยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวอยู่แล้ว โดยเฉพาะรูปแบบเดิมซึ่งไม่มีเม็ดยาหลอกอยู่ในแผง จึงคาดการณ์ได้ยากว่าประจำเดือนจะมาเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตามปกติ หรือเปลี่ยนยาคุมกลางแผง

 

                นอกจากนี้ หากซื้อยาคุมแผงใหม่ไม่ทัน ทำให้ขาดยาไป 1 วันตามกรณีตัวอย่าง เมื่อซื้อยาคุมแผงใหม่มาแล้ว ให้รับประทานครั้งแรก 1 เม็ด ทันทีที่ทำได้ เพื่อทดแทนยาที่ไม่ได้ใช้ในวันก่อน แล้วเมื่อถึงเวลารับประทานประจำวัน ก็รับประทานอีก 1 เม็ด โดยถือเป็นครั้งที่สองในวันนี้ (หรือรับประทาน 2 เม็ดพร้อมกันครั้งเดียว เมื่อถึงเวลารับประทานประจำวันก็ได้ แต่อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดศีรษะมากขึ้น) จากนั้นก็รับประทานต่อวันละเม็ดตามปกติค่ะ

 

                ซึ่งในกรณีที่ขาดยา 1 วัน ถ้ายาคุม 28 เม็ดที่ใช้ เป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม ก็ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะถือว่ายังมีผลคุมกำเนิดต่อเนื่อง และสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ

 

                แต่ถ้ายาคุมที่ใช้เป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว เช่น “เอ็กซ์ลูตอน”, “เดลิต้อน”, “ซีราเซท” และ “สลินดา” จะต้องพิจารณาว่า ใช้ยาคุมยี่ห้อใด และรับประทานช้าไปนานเท่าไหร่ (โดยนับจากเวลาที่ควรได้ใช้ ไปหาเวลาที่รับประทานจริง)

                ยกตัวอย่างเช่น ถ้าไม่ได้รับประทานยาคุมในวันพุธเวลา 21.00 น. เพราะทำยาคุมหาย และซื้อแผงใหม่ไม่ทัน ต่อมาจึงซื้อยาคุมแผงใหม่ในวันพฤหัสบดีเวลา 08.00 น. แล้วแกะมารับประทานทันที 1 เม็ด ทดแทนยาที่ยังไม่ได้ใช้ในวันพุธ

                นับจากเวลาที่ควรรับประทานยาคุม คือ วันพุธเวลา 21.00 น. ไปหาเวลาที่ได้รับประทานจริง คือ วันพฤหัสบดีเวลา 08.00 น. จะห่างกัน 11 ชั่วโมงนะคะ

 

                ถ้าใช้ “เอ็กซ์ลูตอน” หรือ “เดลิต้อน” หากรับประทานช้าเกิน 3 ชั่วโมง จะถือว่าไม่มีผลคุมกำเนิดต่อเนื่อง จึงควรงดมีเพศสัมพันธ์ หรือให้ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน ไปจนกว่าจะรับประทานยาคุมต่อเนื่องกัน 48 ชั่วโมง

                ส่วน “ซีราเซท” หากรับประทานช้าเกิน 12 ชั่วโมง จะถือว่าไม่มีผลคุมกำเนิดต่อเนื่อง จึงควรงดมีเพศสัมพันธ์ หรือให้ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน ไปจนกว่าจะรับประทานยาคุมต่อเนื่องกัน 48 ชั่วโมง

                สำหรับ “สลินดา” ซึ่งเป็นยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวที่มีทั้งเม็ดยาฮอร์โมนและเม็ดยาหลอกอยู่ในแผง หากรับประทานเม็ดยาฮอร์โมนช้าเกิน 24 ชั่วโมง จะถือว่าไม่มีผลคุมกำเนิดต่อเนื่อง จึงควรงดมีเพศสัมพันธ์ หรือให้ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน ไปจนกว่าจะรับประทาน “เม็ดยาฮอร์โมน” ติดต่อกันครบ 7 วันก่อนค่ะ