การเปลี่ยนยาคุมจาก “เมอซิลอน 28” เป็น “จัสติมา”

การเปลี่ยนยาคุมจาก "เมอซิลอน 28" เป็น "จัสติมา"

                ถ้าใช้ “เมอซิลอน 28” อยู่ โดยเริ่มรับประทานเม็ดแรกในวันพุธ และใช้ต่อเนื่องกันมาถึงเม็ดที่ 16 แล้ว หากต้องการเปลี่ยนไปใช้ “จัสติมา” โดยไม่รอให้ “เมอซิลอน 28” หมดแผงก่อน สามารถทำได้หรือไม่ และควรรับประทานอย่างไร

 

                เมื่อนำ “เมอซิลอน 28” และ “จัสติมา” มาเปรียบเทียบกัน จะพบความแตกต่างดังนี้ค่ะ

เมอซิลอน 28 (Mercilon 28)

จัสติมา (Justima)

ยาคุมเมอซิลอน 28 ยาคุมจัสติมา โฉมใหม่

ยาคุมฮอร์โมนรวม ประเภทฮอร์โมนต่ำมาก

(Ultra low dose pills)

ยาคุมฮอร์โมนรวม ประเภทฮอร์โมนต่ำ

(Low dose pills)

เป็นยาคุม 28 เม็ด

มีเม็ดยาฮอร์โมน 21 เม็ด และเม็ดยาหลอก 7 เม็ด

เป็นยาคุม 21 เม็ด

ทุกเม็ดในแผงคือเม็ดยาฮอร์โมน ไม่มีเม็ดยาหลอก

ตัวยาสำคัญในเม็ดยาฮอร์โมน ได้แก่

ฮอร์โมนเอสโตรเจน Ethinyl estradiol 0.02 มิลลิกรัม

และฮอร์โมนโปรเจสติน Desogestrel 0.15 มิลลิกรัม

ตัวยาสำคัญในเม็ดยาฮอร์โมน ได้แก่

ฮอร์โมนเอสโตรเจน Ethinyl estradiol 0.03 มิลลิกรัม

และฮอร์โมนโปรเจสติน Drospirenone 3 มิลลิกรัม

Ethinyl estradiol ต่ำมาก ผลข้างเคียงจากเอสโตรเจน เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ บวมน้ำ ฝ้า จึงพบได้น้อย

 

Desogestrel มีฤทธิ์แอนโดรเจนลดลงจากโปรเจนตินรุ่นเก่า ผลข้างเคียงเรื่อง สิว หน้ามัน หรือขนดก จึงพบได้น้อย

ผลข้างเคียงจากเอสโตรเจนอาจพบได้มากกว่ายาคุมประเภทฮอร์โมนต่ำมาก แต่ก็น้อยกว่ายาคุมประเภทฮอร์โมนสูง

 

Drospirenone สามารถต้านฤทธิ์แอนโดรเจน และมีผลขับปัสสาวะอย่างอ่อน จึงช่วยต้านสิวและต้านการบวมน้ำ

blank ยาคุมจัสติมา

ให้แกะเม็ดยามาใช้ตามลำดับ จาก 1 – 28

หมดแผงเดิมแล้วก็ต่อแผงใหม่ในวันถัดมา

 

ประจำเดือนจะมาในช่วงที่รับประทานเม็ดยาหลอก

ให้แกะเม็ดยาที่ระบุตัวย่อตรงตามวันที่ใช้

หมดแผงเดิมแล้วให้เว้นว่าง 7 วันก่อนต่อแผงใหม่

 

ประจำเดือนจะมาในช่วงที่เว้นว่าง

เป็นยานำเข้าจากต่างประเทศ

มีราคาแผงละ 160 – 180 บาทโดยประมาณ

เป็นยานำเข้าจากต่างประเทศ

มีราคาแผงละ 270 – 290 บาทโดยประมาณ

 

 

                แม้ว่า “เมอซิลอน 28” จะไม่มีผลต้านสิวและต้านการบวมน้ำเหมือนกับ “จัสติมา” แต่ผลข้างเคียงเรื่องสิวและการบวมน้ำที่อาจเกิดจากการใช้ยาคุมเองก็พบได้น้อยมากนะคะ ดังนั้น ถ้าไม่มีปัญหาดังกล่าว ก็สามารถใช้ยาคุมเดิมต่อได้โดยไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนยี่ห้อเลยค่ะ

                อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่มีข้อจำกัดในการใช้ยาคุมฮอร์โมนรวมอยู่แล้ว หากต้องการ ก็สามารถเปลี่ยนจาก “เมอซิลอน 28” ไปใช้ “จัสติมา” ได้ แต่เนื่องจากยาคุมทั้ง 2 ยี่ห้อมีปริมาณฮอร์โมนต่างระดับกัน จึงอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการใช้ “จัสติมา” มากกว่าในช่วงที่ใช้ “เมอซิลอน 28”

 

                อีกทั้ง การเปลี่ยนยาคุมกลางแผง โดยใช้ยาคุมที่ระดับฮอร์โมนต่างกัน อาจทำให้มีเลือดออกกะปริบกะปรอย ในขณะที่ถ้ารอต่อยาคุมแผงใหม่ตามกำหนดปกติ นั่นคือ ใช้ “เมอซิลอน 28” ให้ครบ 28 เม็ดก่อน แล้วจึงต่อด้วย “จัสติมา” ในวันถัดมา น่าจะช่วยลดปัญหานี้ได้

                แต่ถ้าจะเปลี่ยนยี่ห้อ โดยไม่ต้องการรอให้ยาคุมแผงเดิมหมดก่อน ก็สามารถรับประทาน “จัสติมา” แทน “เมอซิลอน 28” ได้เลยนะคะ

 

                “จัสติมา” เป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด ซึ่งทุก ๆ เม็ดในแผงมีตัวยาเหมือนกันทั้งหมด ต่างจาก “เมอซิลอน 28” ที่จะมีเม็ดยาฮอร์โมน 21 เม็ด รวมกับเม็ดยาหลอกอีก 7 เม็ด

                และในแผงยาของ “จัสติมา” จะระบุตัวย่อของวันในสัปดาห์เอาไว้ ไม่ได้ระบุเป็นตัวเลข 1 – 28 เหมือนกับ “เมอซิลอน 28”

 

                ดังนั้น ถ้าเริ่มรับประทาน”เมอซิลอน 28” เม็ดแรกในวันพุธ และใช้ติดต่อกันมา 16 เม็ดแล้ว เมื่อถึงเวลารับประทานยาคุมในวันถัดมา แทนที่จะแกะเม็ดที่ 17 ในแผงของ “เมอซิลอน 28” มาใช้ ก็ให้เริ่มรับประทาน “จัสติมา” แทนได้เลย

                โดยแกะเม็ดยาให้ตรงกับวันที่ใช้ เช่น ถ้าวันที่รับประทานตรงกับวันศุกร์ ก็ให้แกะเม็ดยาที่ระบุตัวย่อว่า “ศ” (ซึ่งย่อมาจาก “ศุกร์”) มาใช้เป็นเม็ดแรก โดยจะเลือกเม็ดยา “ศ” ในแถวแรกของแผงตามภาพตัวอย่าง หรือจะเลือกจากแถวอื่นก็ได้

ตัวอย่างการเปลี่ยนไปใช้ "จัสติมา" โดยไม่ต้องรอให้ "เมอซิลอน 28" หมดแผงก่อน

                จากนั้นก็ให้รับประทาน “จัสติมา” ต่อวันละเม็ด ตามลำดับไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดแผง แล้วจึงเว้นว่าง 7 วันเพื่อเป็นช่วงปลอดฮอร์โมนก่อนที่จะต่อยาคุมแผงใหม่

 

                แต่การเปลี่ยนยาคุมกลางแผงดังที่กล่าวมา ทำให้ประจำเดือนที่เคยคาดว่าจะมาในช่วงที่รับประทานเม็ดยาหลอกของ “เมอซิลอน 28” ก็จะเลื่อนช้าออกไป โดยจะมาในช่วงที่เว้นว่าง 7 วันหลังใช้ “จัสติมา” หมดแผงแล้ว (ซึ่งมักจะมาประมาณวันที่ 3 หรือ 4 ของการเว้นว่าง)

                และวันที่เริ่มยาคุมแผงถัด ๆ ไป ก็จะกลายเป็นวันศุกร์ ตามวันที่รับประทาน “จัสติมา” เม็ดแรก แทนที่จะเป็นวันพุธซึ่งเป็นวันแรกที่เริ่มใช้ “เมอซิลอน 28”

 

                ถ้ามีผลคุมกำเนิดจาก “เมอซิลอน 28” อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเปลี่ยนแผงใหม่ก่อนกำหนดโดยไม่รอให้แผงเดิมหมดก่อน หรือต่อแผงใหม่ตามกำหนด นั่นคือ ใช้ “เมอซิลอน 28” ไปจนหมดแผง แล้วจึงค่อยเริ่มรับประทาน “จัสติมา” ในวันถัดมา ก็จะถือว่ามีผลคุมกำเนิดต่อเนื่องกัน จึงสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติค่ะ