กินยาคุม บริจาคเลือดได้ไหม

กินยาคุม บริจาคเลือดได้ไหม

                ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมรายเดือน, ยาคุมฉุกเฉิน หรือคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ๆ อยู่ จะสามารถบริจาคเลือดได้ไหม จำเป็นจะต้องเว้นช่วงห่างจากการใช้ครั้งล่าสุดด้วยหรือไม่ และนานเท่าไร

 

                อ้างอิงจากคำแนะนำของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย1,2,3  ยาคุมกำเนิดทุกประเภท และทุกรูปแบบ ไม่ถือเป็นข้อห้ามในการบริจาคเลือดค่ะ

                ดังนั้น ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมรายเดือน ทั้งที่เป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม และยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว หรือคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ๆ อยู่ เช่น ฉีดยาคุมกำเนิด, ฝังยาคุมกำเนิด, ใส่ห่วงอนามัย หรือแม้กระทั่งมีการรับประทานยาคุมฉุกเฉินมาก่อน ก็สามารถบริจาคเลือดได้หากผ่านการคัดกรองตามเกณฑ์มาตรฐาน และไม่มีอาการแทรกซ้อนจากการฉีดหรือฝังยาคุม

                โดยไม่ต้องหยุดวิธีคุมกำเนิดที่ใช้อยู่ก่อนจะบริจาคเลือด และไม่มีความจำเป็นว่าจะต้องเว้นช่วงห่างจากการใช้ครั้งล่าสุดไปนานเท่าใดด้วยนะคะ

                ยกเว้นในกรณีที่ฝังยาคุมกำเนิด ที่ควรรอให้แผลหายดีก่อนจึงค่อยบริจาคเลือดค่ะ3

 

                และสำหรับผู้ที่รับประทานยาคุมรายเดือนที่มีทั้งช่วงรับประทานเม็ดยาฮอร์โมน สลับด้วยการใช้เม็ดยาหลอกหรือต้องเว้นว่างเพื่อเป็นช่วงปลอดฮอร์โมน สามารถบริจาคเลือดในเวลาใดก็ได้ตามที่สะดวก

                เนื่องจากยาคุมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการให้หรือรับเลือด จึงสามารถบริจาคได้แม้จะอยู่ในช่วงที่รับประทานเม็ดยาฮอร์โมนอยู่

                และในช่วงปลอดฮอร์โมน ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อที่ให้รับประทานเม็ดยาหลอก หรือยี่ห้อที่ให้เว้นว่างก่อนต่อแผงใหม่ ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นช่วงที่มีประจำเดือนมา ก็สามารถบริจาคเลือดได้เช่นกันนะคะ

                เพราะสตรีในช่วงที่มีประจำเดือน ไม่ได้เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต ถ้าในขณะนั้นมีสุขภาพแข็งแรง เลือดประจำเดือนไม่ได้มามากผิดปกติ และไม่ได้อ่อนเพลียใด ๆ ค่ะ1

 

                นอกจากนี้ ยาบำรุงเลือด หรือยาเสริมธาตุเหล็ก Ferrous fumarate 200 มิลลิกรัม ที่ได้จากมาหลังจากการบริจาคเลือด ซึ่งศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย แนะนำให้รับประทานวันละ 1 เม็ด ก่อนนอน ติดต่อ 50 วันนั้น ไม่ได้ลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิด

                ดังนั้น ผู้ที่รับประทานยาคุมรายเดือนในเวลาก่อนนอนอยู่แล้ว ก็สามารถใช้ยาทั้งคู่ร่วมกันได้นะคะ

                อย่างไรก็ตาม ยาบำรุงเลือดอาจทำให้อาเจียนหรือถ่ายเหลว จนรบกวนการดูดซึมยาเม็ดคุมกำเนิด และส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์

 

                ในกรณีที่รับประทานพร้อมกันแล้วอาเจียน สามารถอ่านแนวทางแก้ไขได้จากบทความเรื่อง “อาเจียนหลังกินยาคุมรายเดือน” หรือ “อาเจียนหลังกินยาคุมฉุกเฉิน

                และถ้ากังวล หรือต้องการลดความเสี่ยงดังกล่าว อาจเปลี่ยนไปใช้ยาบำรุงเลือดในเวลาอื่นแทน เช่น ก่อนอาหาร ½ – 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง เนื่องจากยาดูดซึมได้ดีในขณะที่ท้องว่าง

                แต่จะรับประทานยาบำรุงเลือดพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารทันที ก็ได้เช่นกันค่ะ โดยเฉพาะถ้าทนผลข้างเคียงเรื่องคลื่นไส้อาเจียน และไม่สบายท้อง ที่เกิดขึ้นหลังรับประทานไม่ได้

 

                ส่วนในกรณีที่ถ่ายเหลวจากการใช้ยาบำรุงเลือด แนะนำให้อ่านแนวทางแก้ไขจากบทความเรื่อง “ถ่ายเหลวหลังกินยาคุม” นะคะ

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

  1. คู่มือการคัดเลือกผู้บริจาคโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 พ.ศ.2560
  2. เกณฑ์การคัดเลือกผู้บริจาคโลหิตในกรณีที่มีการใช้ยา ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ฉบับปรับปรุง 1 กรกฎาคม 2563
  3. คู่มือการรับบริจาคโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ.2564